STAY • THE • SAME

I am stay at here in the our's world and I am same like you.

now I have podcast
Image hosted by Photobucket.com

วันจันทร์, พฤศจิกายน 07, 2548

ทำไงดี

Image hosted by Photobucket.com



    เสียงคลื่นซัดสาดดัง งึมงำซ่าซ่าน




    ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ผมอยู่นะที่ใด ทุกอย่างในหัวผมมันดูสับสนไปหมด ผมลึมตาขึ้น เบื้องบนปรากฎพระจันทร์ดวงโต สุขสว่างอยู่กลาง
ท้องฟ้าสีดำมืด



    ผมกำลังนอนอยู่ที่ใดสักแห่ง ใกล้ๆริม
ทะเล ผมใช้มือทั้งสองข้างผลักดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนเพื่อจะได้มองไปรอบๆว่า ผมอยู่ที่ใหน


    สิ่งที่ผมได้เห็นทำให้ผมแปลกใจเล็กน้อย ไม่มีทะเล รอบๆตัวของผมเป็นทุ่งหญ่าเขียวขจี ไม่เห็นมีทะเลเลย เสียงทะเลที่ผมได้ยินเมื่อครู่นั้นมันมาจากใหน มันต้องมีทะเลอยู่ใกล้นี่แน่


    ผมมองหาทะเลด้วยตาที่เหนียวหนืด อย่างที่คนตื่นนอนเค้าเป็นกัน ผมตัดสินใจออกเดินหาท่มาของเสียงคลื่นกระทบฝังที่ได้ยินเมื่อครู่ แต่รอบๆตัวของผมนั้นมีแต่ทุ่งหญ่า ไม่มีวี่แววของทะเลเลย


    ทุ่งหญ่านี้ชั่งกว้าใหญ่นัก


    ผมมองออกไปใกลจนสุดสายตา ไม่พบสิ่งไดที่บอกได้ว่าที่นี่คือที่ใหน และที่น่าสงใสคือ ทำไมผมมาอยู่ที่นี่ และทำไมมีผมอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว การอยู่คนเดียวนั้นมันทำให้ผมรู้สึกพิกล ตลอดมาผมอยู่ในที่ที่เต็มไปด้วยคนที่ผมรู้จัก ไม่ว่าจะไปที่ใหนก็มีคนเข้ามาหาผมตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเพราะหน้าที่การงานที่ผมทำหรือว่านิสัยที่เป็นมิตรของผม ผมมีเพื่อนมากมาย ไม่เคยเดียวดายอย่างนี้มาก่อน



    “เฮ่ สวัดดี” เสียงผู้หญิงใสปิ้งตะโกนมาจากด้านหลังของผม ในที่สุดผมก็เจอใครสักคนจนได้


    “เอ่อ...สวัดดี” นี่คือคำแรกที่ผมทักทายเธอ เธอคือสาวน้อยผมยาวน่าตาน่ารัก ยืนอยู่กลางทุ่งหญ่าสีเขียว ชุดที่เธอใส่นั้นเป็นชุดผ้าสีขาวแบบคลุมทั้งตัว มองดูบริสุทธิ์ขาวสะอาด


    “ขอถามหน่อยนะครับ...ที่นี่ที่ใหนครับ” ผมเอ่ยถามไปตามประสาคนหลงทาง


    “อ่าว นี่เธอไม่รู้หรอกเหรอ” คำตอบที่เธอตอบกลับมาทำให้ผมงงเข้าไปใหญ่


    “คือว่าผมหลงทางหนะครับ” ผมตอบไป


    “คุณไม่ได้หลงทางหรอก ทุกคนพอถึงเวลาก็ต้องมาที่นี่ทุกคนแหละ”


    “หา” เธอทำให้ผมงงเข้าไปใหญ่


    “คุณจะทำยังไงต่อไปหละ” เธอถาม


    “ผมยังไม่รู้เลยว่าผมอยู่ที่ใหน แล้วจะให้ผมทำอะไรหละ”


    “โอเค ฟังดีๆนะ เอาหละ ....... คุณตายแล้ว และที่นี่ก็คือ สวรรณ์ หรือไม่ก็นรกนี่แหละ”


    “หา” ผมต้องคุยอยู่กับคนบ้าแน่ๆ


    “ลองนึกดูดีๆสิเดียวก็นึกออกเองแหละ” เธอยังคงยืนยับว่าผมตายแล้ว


    ด้วยความงงบวกกับความสับสน ผมนึกคิดย้อนกลับไปว่ามัเกิดอะไรขึ้น ใช่แล้วผมไปเทียวกับเพื่อนๆ ใช่แล้วที่ทะเล และ... ผมเจ็บหน้าอก ผม...ผมตายแล้วจริงๆด้วย ผมหัวใจวายตาย นี่ผมตายแล้วอย่างงั้นหรอ ความรู้สึกของคนที่ตายแล้วเป็นอย่างงี้หรอ ทำไมผมตายเร็วอย่างนี้ ยังไม่มีแฟนเลย


    ผมหันขวับไปที่สาวน้อยปริศนาคนนั้น


    “ถ้าผมตายแล้ว แล้วคุณคือใครหละ”


    “ฉันคือคนที่คุณอยากเจอไง”


    “คนที่ผมอย่างเจอ...ผมยังไม่รู้เลยว่าอย่างเจอใคร”


    “อย่าเรื่องมากหน่า ลองคิดดูสิเมื่อกี้คุณอยากเจอใคร......ใครก็ได้ไม่ใช่เหรอ”


    “แล้วทำไมต้องเป็นคุณด้วยหละ”


    “เอ๋ ขี้สงใสจริง ตายไปแล้วยังจะมามัวสงใสอะไรอยู่อีกคิดดีกว่าว่าจะทำอะไรต่อไป”


    “ผมต้องทำอะไรหนะเหรอ...” ตอนผมยังมีชีวิตอยู่ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย


    ผมยังคงมีข้อสงใสคาใจอยู่ “เอ่อ...ทำไมที่นี่ถึงโล่งโจ้งอย่างนี้หละ แล้ว...ที่นี่คือสวรรณ์หรือนรกกันแน่”


    “จะเป็นสวรรณ์หรือนรกมันอยู่ที่คุณหนิ ไม่เกี่ยวกับฉัน” เธอตอบแบบกวนๆ


    ก็จริงเคยมีคนว่าใว้ สวรรณ์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจ ผมทำความเข้าใจใรเรื่องนี้ไม่ยาก


    “เอ่อแล้วที่มันโล่งๆอย่างนี้ก็เป็นเพราะคุณนะแหละ อยากได้อะไรก็ทำเอาสิ ก็นี้มันที่ของคุณหนิ”


    “แล้วผมจะสร้างยังไงหละ”


    เธอมองหน้าผมแล้วก็ยกนิ้วชี้ขึ้นชี้ไปที่หัวตัวเองแล้วก็ชี้มาที่ผม


    “เอาหละฉันต้องไปละ” เธอบอก


    “เอ๋ เดียวก่อนเมื่อกี้หมายความว่า แค่ผมคิดต้องการอะไรผมก็จะได้อย่างนั้นงั้นหรอ”


    “ใช่”


    เธอหันหลังแล้วก้าวเดินจากไป


    ผมครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว


    “เฮ่ ผมรู้แล้วหละสิ่งที่ผมต้องการอย่างแรกคืออะไร”


    เธอหยุดแล้วหันกลับมาทำหน้าสงใส



    “ผม เอ่อ.. อยากให้คุณอยู่เป็นเพื่อนผมที่นี่ตลอดไปหนะ”


    เธอทำหน้างงๆ.